แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IDE แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IDE แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560

4 ที่สุดของเครื่องมือในการพัฒนา PHP ฟรี

4 ที่สุดของเครื่องมือในการพัฒนา PHP ฟรี
 ขอนำเสนอบทความในการนำเสนอ 4 ที่สุดของเครื่องมือในการพัฒนา PHP โดยทุกเครื่องมือ 4 อย่างนี้ล้วนแล้วแต่ใช้งานฟรี. เครื่องมือในการพัฒนา PHP หรือ PHP IDE (PHP Integrated Development Environment) คือ ซอฟต์แวร์อำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนา, debug หรือแม้แต่การจัดการไฟล์ ในการพัฒนาภาษา PHP

ถ้าเราต้องการความสะดวกเรียบง่ายในการเขียน Code, มีระบบเดาคำ (Auto complete) , ระบบตรวจสอบคำผิดอัตโนมัติ (Automatic error detection), และ ระบบเน้นคำผิด (Syntax hi-light) โปรแกรมช่วยพัฒนาเหล่านี้อาจช่วยเราได้
NetBeans PHP IDE : พัฒนาโดย Oracle Coporation


Netbeans PHP IDE คือ ซอฟต์แวร์ในการพัฒนา PHP มาพร้อมเครื่องมือทุกอย่างที่เราต้องการในการพัฒนา Web Application จากโปรเจ็คเล็กจนถึงโปรเจคใหญ่ๆ สำหรับเวอร์ชั่น PHP ผู้ใช้งานจะสามารถพัฒนาภาษา PHP ,JavaScript และ HTML5 เท่านั้น ซึ่งไม่เหมือนตัวเต็มที่สามารถพัฒนาได้ทั้ง C/C++ , Java และอื่นๆ แต่สำหรับการพัฒนา Web Application เวอร์ชั่น PHP IDE ก็เพียงพอสำหรับความต้องการแล้ว
Netbeans ทำงานภายใต้ Platform ของ Java นั่นหมายถึงคุณจำเป็นต้องติดตั้ง Java ในคอมพิวเตอร์ก่อนถึงสามารถใช้งาน Editor ตัวนี้ได้
Netbeans รองรับระบบปฏิบัติการดังนี้ : Linux, Windows, Mac OSX และ Sun Solaris

Eclipse : พัฒนาโดย Eclipse Foundation, Inc.


Eclipse คือ ซอฟต์แวร์ที่นำมาประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวางมากที่สุด และ เป็นซอฟต์แวร์ที่ยอดนิยมที่สามารถพัฒนาโปรแกรมได้หลายภาษา แน่นอนว่าภาษา PHP ก็มีชุดเครื่องมือให้ดาวน์โหลดฟรีๆ เรียกว่า PHP Devolopement Kit (PDK) และเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของนักพัฒนา PHP อีกด้วย

Eclipse PDK เป็น Editor ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการพัฒนาโปรเจคภาษา PHP ขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับ Netbeans ที่ Eclipse จำเป็นต้องอาศัย Java Platform ในการทำงานดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องติดตั้ง Java ก่อนถึงจะใช้งาน Eclipse ได้


Eclipse รองรับระบบปฏิบัติการดังนี้ : Linux, Windows และ Mac OSXAptana Studio PHP Editor : ผู้พัฒนา Appcelerator, Inc.
Apptana Studio คือ ซอฟต์แวร์ Open Source ในการพัฒนา​ Web Application ที่ให้นักพัฒนาสามารถเขียนและทดสอบการทำงานไปพร้อมกันได้ สนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยี Web Browser ล่าสุด สนับสนุนการเขียนภาษาได้หลายภาษา คือ HTML5, CSS3, JavaScript, Ruby, Rails, PHP และ Python โดยมาพร้อม Debugger สำหรับ PHP เพื่อตรวจสอบการทำงานและข้อผิดพลาดของ Code PHP ที่เราพัฒนา มีฟังก์ชั่นรองรับการใช้งานด้าน FTP, SFTP และ GIT อีกด้วย
Aptana Studio มี 2 เวอร์ชั่นสำหรับการดาวน์โหลด คือแบบ Stand Alone สามารถดาวน์โหลด ติดตั้งและใช้งานได้เลย และ เวอร์ชั่น Plug-in ของ Eclipse แน่นนอนว่าเราต้องมีโปรแกรม Eclipse ก่อนจึงจะสามารถใช้งาน Aptana Eclipse Plug-in ได้ ซึงผู้เขียนว่าแบบ Stand Alone สะดวกกว่า แต่ผู้ใดที่ถนัดการใช้งาน Eclipse อยู่แล้วให้เลือกแบบ Eclipse Plug-in จะชินกับการใช้งานมากกว่า
Aptana Studio รองรับระบบปฏิบัติการดังนี้ : Linux, Windows และ Mac OSX

CodeLobster PHP Edition : พัฒนาโดย CodeLobster Software




CodeLopster PHP Edition คือ PHP Editor อีกตัวหนึ่งที่ใช้ในการพัฒนาภาษา PHP ซึ่งทำออกมาเฉพาะฝั่ง Windows เท่านั้น CodeLopster PHP Edition นั้นเป็นฟรีซอฟต์แวร์ นั่นคือสามารถใช้งานได้ฟรี แต่หากต้องการใช้งาน Plug-ins ในการพัฒนาแล้ว จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการซื้อ แต่เราสามารถทดลองใช้งาน Plug-ins ได้นานถึง 30 วันก่อนตัดสินใจซื้อ
CodeLopster จะทำการติดตั้ง Debugger ให้เราอัตโนมัติ และเรายังสามารถโยนงานจากคอมพิวเตอร์ไปยัง HOST หรือจาก Host มายังคอมพิวเตอร์ผ่าน FTP Remote ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
สำหรับฟรีเวอร์ชั่นที่เราดาวน์โหลดมาติดตั้ง เราจะสามารถพัฒนาภาษาโปรแกรมได้หลากหลายเช่น JavaScript, PHP, HTML และ CSS ซึ่งมีการทำงานที่ครอบคลุม เช่น การ Highlight, การย่อขยาย Code, ระบบเดาคำ (Auto Complete) และอื่นๆ ยังมีความสามารถในการการค้นหา Function ที่คล้ายกับโปรแกรมที่เราเขียนได้อีกด้วย
สำหรับ Plug-ins ของ CodeLobster PHP IDE ที่เสียเงินซื้อคือ Plug-ins จำพวก CMS และ PHP Framerwork เช่น Facebook, CakePHP, Joomla, WordPress, Drupal, Smarty, jQuery, Symfony, Codeigniter, Yii — ปลั๊กอินเหล่านี้เพียงแค่ช่วยให้การพัฒนาโปรแกรมที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่เราก็ยังสามารถพัฒนา PHP Framework ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่ง Plug-in เหล่านี้ก็ได้ CodeLopster PHP Edition รองรับเพียงระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้น

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

IDE คืออะไร

IDE คืออะไร

      IDE ย่อมาจาก Integrated Development Environment คือ เครื่องมือที่ช่วยในการพัฒนาโปรแกรมโดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น คำสั่ง Compile, Run ตัวอย่างของ IDE เช่น NetBeans Editplus, JCreator, Eclipse แต่ Notepad ไม่นับว่าเป็น IDE เนื่องจากตัว Notepad เองไม่มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับการเขียนโปรแกรมใดๆ เลย  IDE เป็นโปรแกรมที่รวมคำสั่ง เมนู และ GUI ต่างมาสร้างเป็นโปรแกรมที่มีรูปร่างหน้าตาเหมาะแก่การเขียนโปรแกรม หรือพูดอีกอย่างว่า เป็นโปรแกรมที่จะสร้างสภาพแวดล้อม(environment) ให้เหมาะแก่การเขียนโปรแกรม

      หน้าที่ของโปรแกรม IDE คือการเปิดไฟล์ที่เขียนภาษาโปรแกรม เช่นภาษา C, Pascal, Java และเซ็ตข้อมูลการคอมไพล์โปรแกรมเก็บไว้ในไฟล์โปรเจคต์ รวมถึงจัดการ Directory และมีปุ่มสร้างโปรแกรมแบบกดทีเดียวทำงานอัตโนมัติจนเสร็จ โปรแกรม IDE 1 โปรแกรม มักจะมีความสามารถเฉพาะบางภาษา ตัวอย่างเช่น โปรแกรมตระกูล Visual ของบริษัทไมโครซอฟท์ ที่มี Visual Basic สำหรับภาษาเบสิค Visual C++ สำหรับภาษา C++ 

แต่ว่าโดยปกติ IDE จะต้องประกอบด้วยส่วนต่างๆดังต่อไปนี้ครับ
1.Source code editor ที่ใช้สำหรับเขียนคำสั่ง หรือแก้ไขคำสั่ง
2.compiler หรือ interpreter ใช้สำหรับ แปลภาษาคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เช่น ภาษาซี จาวา ให้เป็นภาษาเครื่อง

3.Debugger ใช้สำหรับช่วยในการตรวจสอบ หรือหาจุดผิดพลาดของโปรแกรม
4. GUI หรือ Graphics User Interface เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้โปรแกรมเมอร์ใช้งาน หรือเขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น
 

 แต่ที่นอกเหนือจากนั้นคือความต่างของ IDE แต่ละตัวแล้วครับ ว่าใครจะทำมาเอื้อต่อการทำงานของ developer ได้มากกว่ากัน เช่นบางตัวจะมีส่วน debugger หรือว่าส่วน syncronize ไฟล์ หรือส่วนการจัดการ project file ฯลฯ แล้วแต่ว่า IDE คนนั้นจะขยันใส่ option ให้เราได้มากเท่าไร

Source Code Editor ที่เป็นส่วนนึงของ IDE คงไม่ต้องพูดนะครับว่ามันก็คือ Text Editor นั่นล่ะครับ มองว่าเป็น notepad ก็ไม่ผิดหรอก ทำหน้าที่เดียวกันเลย แต่ว่าตัวที่ติดมากับ IDE ความสามารถจะเหนือว่า เช่นว่า
- hilight สีของคำสั่ง ตัวแปร function หรือค่าต่างๆในโค้ดได้ เช่นตัวแปรสีส้ม comment เป็นสีเขียว
- auto suggest เช่นว่าเรากำลังจะพิมพ์ function strtolower แต่เพียงแค่เราพิมพ์ str ตัว text editor ก็จะขึ้น function ทั้งหมดที่ขึ้นต้นด้วย str ขึ้นมาให้เราเลือกทันที
- ตรวจสอบ syntag ได้ สมมุตว่าเราพิมพ์ function strtolower เป็น strolower โดยที่เราไม่ทันสังเกต แต่ text editor ก็จะเตือนเราทันทีว่าบรรทัดนี้ผิด หรือว่าลืมปิดคำสั่งด้วยเครื่องหมาย ; ก็เตือนเราได้เช่นกัน
- จัดการ format การเขียนโปรแกรมได้ ลองนึกตัวอย่างว่าเวลาเราพิมพ์อะไรใน notepad แล้วเรากด enter ขึ้นบรรทัดใหม่มันก็จะมาชิดซ้ายสุด แต่ว่า text editor ใน IDE จะจัดย่อหน้าให้อย่างสวยงาม
- ฯลฯ เพราะว่ามันมีลูกเล่นเยอะเพื่อช่วยเหลืองานเรานั่นเอง

Compiler หรือ Interpreter ถ้าคนที่ไม่เคยเรียนคอมพิวเตอร์ หรือการทำงานของคอมพิวเตอร์มาอาจจะงง ว่ามันคืออะไร ก็เล่าคร่าวๆเพื่อความเข้าใจครับ ว่าปกติแล้วคอมพิวเตอร์เราทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าครับ คือเวลาอุปกรณ์ในเครื่องเราแต่ละชิ้นทำงานพูดคุยกัน มันจะคุยกันด้วยสัญญาณไฟ 0 หรือ 1 โดย 0 ก็คือไม่มีไฟ 1 คือมีไฟ โดยจะสลับกับ เช่น 0001 1000 1101 หรืออื่นๆก็ว่ากันไปเป็นต้น นี่ล่ะครับ ที่คอมพิวเตอร์เข้าใจจริงๆ แต่ว่าเวลาที่คนเราเขียนโปรแกรม เราจะไม่สามารถเขียนให้เป็น
00010111 11011100 หรืออะไรแบบนี้ได้ จึงเริ่มมีการแปลงตัวเลขพวกนี้ให้เป็นภาษาคนมากขึ้น คือภาษา Assembly ซึ่งเป็นภาษาที่คนเริ่มอ่านออกแล้ว แล้ว simple ที่สุดที่จะใช้เพื่อการแปลงลงไปเป็นคำสั่งของ computer ให้ทำงานต่างๆ ลองดูตัวอย่างของ ภาษา Assembly ได้ที่ http://th.wikipedia.org/wiki/Assembly โดยหากท่านเคยเขียนโปรแกรมหรือเขียนเว็บต่างๆมา ก็จะทราบว่ามันเป็นภาษาที่เราอ่านออกเช่น
if($haveuser){
echo "มีคนอยู่";
}
เป็นต้น ซึ่งแน่นอน ภาษานี้คนเข้าใจแต่คอมไม่เข้าใจ จึงต้องอาศัย Compiler หรือ interpreter ช่วยในการแปลงจากภาษาคนตัวอย่างไปเป็น Assembly เพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจคำสั่งของเราและทำงานได้ต่อไปนั่นเอง
ทั้งหมดนี้ก็รวมรวมเข้ามาเพื่อให้เป็น IDE นั่นเอง


IDE ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

เมื่อใช้คำค้นว่า top 10 IDE ที่ google search engine พบว่าเว็บไซต์ http://www.comptalks.com/ ซึ่งได้เขียนขึ้นในวันที่ 20 มกราคม 2558 ได้จัดเรียงลำดับ IDE ที่ได้รับความนิยม 10 ลำดับดังนี้
  1. Netbeans เป็น IDE ประเภท GPL ของบริษัท Sun Microsystem ปัจจุบัน Oracle ได้ซื้อกิจการของบริษัท Sun Microsystem แล้วจึงยังให้บริการดาวน์โหลดไปใช้ฟรีเหมือนเดิม จุดเด่นของ NetBeans คือ มี Third Party หลายกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเพิ่มเติมเข้าไปได้ นอกจากนี้ยังมี GUI ที่ออกแบบมาสวยงาม และมี syntax Highlight ที่ชัดเจน และสุดท้ายคือ รองรับการใช้งานได้หลายภาษา
  2. Eclipse เป็น IDE ประเภท GPL เช่นกัน รองรับภาษาคอมพิวเตอร์หลายภาษา เช่น Java, C, C++, Python เป็นต้น
  3. Komodo IDE เป็น IDE ที่มีลิขสิทธิ์ที่ผู้ใช้ต้องซื้อ มีข้อดี ในด้านรองรับหลายภาษา เช่น Perl, PHP, Python, C, C++, JavaScript, HTML, XML
  4. Monodevelop เป็น IDE ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือก ในกรณีที่โปรแกรมเมอร์ต้องการเขียนภาษา C# และ ASP.NET เพราะว่า Monodevelop เป็น IDE ที่เป็น Open source ที่ไม่ต้องซื้อเช่นกัน
  5. Aptana เป็น IDE ที่ไม่ต้องซื้อเช่นเดียวกัน รองรับภาษาหลายภาษา เช่น Java, HTML, PHP, JavaScript, และอื่น ๆ ใช้ได้ทั้ง MS Windows, Mac OS, และ Linux
  6. QtCreator เป็น IDE ที่เป็นทั้งให้ใช้ฟรี และชนิดจำหน่าย รองรับภาษาหลายภาษา มี GUI ที่สวยงาม
  7. Code::Blocks เป็น IDE ที่ได้ความนิยมในการเขียนโปรแกรมในสถานศึกษา รองรับภาษา C, C++ หากติดตั้ง plug-in จะสามารถใช้ภาษา Python ได้ ใช้ดีมาก ๆ กับ C และ C#
  8. PSPad เป็น IDE ที่พัฒนาขึ้นมาจากโปรแกรมเมอร์เพียงคนเดียว รองรับเฉพาะ MS Windows เหมาะสำหรับเขียนโปรแกรมสร้างเว็บไซต์ 
  9. Geany เป็น IDE ที่รองรับหลายภาษา เช่น C, Java, PHP, HTML, Python และอื่น ๆ
  10. Ulzard เป็น IDE ชนิด Online ที่ให้โปรแกรมเมอร์พัฒนาโปรแกรมบนเว็บไซต์โดยตรง
ในขณะเดียวกัน ในยุคของ Cloud Computing ที่รองรับการทำงานหลาย ๆ platform จึงมี IDE แบบ online เกิดขึ้นอย่างมากมาย ซึ่ง Cloud computer เองมี programming language as a service ให้บริการจึงได้ค้นคำว่า top 10 online IDE พบว่าเว็บไซต์  http://codecall.net/ ได้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2557 ได้จัดลำดับ IDE Online 10 ชื่อ เรียงตามลำดับดังนี้

สรุป

IDE เป็นเครื่องมือสำหรับให้โปรแกรมเมอร์พัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ มีฟังก์ชันการทำงานครบครัน ตามที่โปรแกรมเมอร์ต้องการ มีให้ใช้หลายชื่อ หลายยี่ห้อ มีทั้งแบบฟรี และแบบจำหน่าย หากท่านต้องการทราบว่ามี IDE อื่น ๆ ที่ท่านอาจสนใจ ให้ท่านค้นหาใน google.co.th ด้วยคำค้นว่า 
IDE Computer wiki
ท่านจะพบ IDE อีกมากมายที่น่าสนใจ ตรงกับความต้องการของท่านเอง

ข้อมูลอ้างอิง

http://wiki.thaigamedevx.com

http://www.kku.ac.th

Laravel

  Laravel Framework คือ PHP Framework ตัวหนึ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในรูปแบบ MVC (Model Views Controller) ซึ่งมีการแ...