วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

มารู้จักกับ Linux Desktop Environment



มารู้จักกับ Linux Desktop Environment


สวัสดีครับทุกท่าน จากบทความที่ผมเคยเขียนไว้ในครั้งก่อน อาจจะเคยพูดถึง DE อยู่บ่อย วันนี้มาดูกันครับว่าเจ้า DE มันคืออะไร DE ก็คือ Desktop Environment คือส่วน Graphic User Interface ที่ผู้ใช้สามารถใช้งาน OS ผ่าน Graphic Mode เช่นเดียวกับ Windows หรือ Mac แต่สำหรับ Linux แล้วมี Desktop Environment ให้คุณเลือกใช้มากมาย และที่เป็นที่นิยมนั้น มี 4 แบบด้วยกัน คือ GNOME,KDE,Xfce และ LXDE โดยทั้ง 4 อย่างนี้ใช้งานโดยการที่คุณลากเมาส์ไปในตำแหน่งที่ต้องการแล้ว Click เท่านั้นครับ เมื่อเราสอบถามคนที่เคยใช้ Desktop Environment ทั้ง 4 แบบ ทุกคนก็ให้ความเห็นไปต่างๆ นาๆ ว่าชอบ Xfce,KDE,GNOME หรือ LXDE อย่างไร เช่นคนที่ใช้ Computer รุ่นเก่าก็มักจะชอบ Xfce หรือ LXDE คนใช้ Computer รุ่นใหม่ๆ ก็จะชอบ GNOME หรือ KDE ซึ่งเราจะสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับ Desktop Environment แต่ละแบบให้คุณดังนี้

GNOME 

(GNU Network Object Model Environment) ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาจาก Version 2.x มาเป็น Version 3 แล้ว โดยคุณมักจะพบ GNOME ติดตั้งบน Linux ตระกูลใหญ่ๆ เช่น Debian,Ubuntu, Fedora และ CentOS
screenshot-gnome2
  • GNOME 2 มี Taskbar อยู่ 2 แถบ คือบนและล่าง ซึ่งส่วนบนเป็นส่วนของ Menu bar ส่วนแถบบาร์ด้านล้างเป็น แถบเสริม
    ในการทำงาน GNOME 2.x ใช้ RAM น้อยกว่า GNOME 3 แต่ใช้ CPU สูงกว่า GNOME 3 แต่อย่างไรก็ตามก็ยังใช้ RAM และ CPU น้อยกว่า Unity และ KDE
ความต้องการของระบบสำหรับ GNOME 2.x
RAM : 384 MB
CPU : 800 MHz
  • GNOME 3
GNOME 3 คือ ตัวล่าสุดซึ่งพัฒนาต่อมาจาก GNOME 2.x
gnome3
ความต้องการของระบบสำหรับ GNOME 3
RAM : 768 MB
CPU : 400 MHz

KDE

KDE (K Desktop Environment) เป็น Desktop Environment ที่มีหน้าตาเหมือน Microsoft Windows เป็นอย่างมาก ซึ่งเหมาะกับผู้ที่เคยใช้ Windows เป็นอย่างดี โดยมี Start Menu อยู่ทางล่างซ้ายของหน้าจอ ซึ่งปัจจุบันคือ Plasma 5
kde
KDE เป็น Default Desktop Environment ของ Linux ตระกูล OpenSUSE, PCLinuxOS และ Mandriva
ความต้องการของระบบสำหรับ KDE
RAM : 615 MB
CPU : 1 GHz

Xfce

korora-xfce-apps
เป็น Desktop Environment ที่ใช้ Resource น้อยกว่า GNOME หรือ KDE ซึ่ง Xfce เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะเลือกใช้สำหรับ Computer รุ่นเก่า Xfc เป็น Default Desktop Environment ของ Xubuntu และ PCLinuxOS
ความต้องการของระบบสำหรับ Xfc
RAM : 192 MB
CPU : 300 MHz

LXDE

PCLinuxOS-LXDE_1
LXDE (Lightweight X11 Desktop Environment) เป็น Desktop Environment อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะกิน Resource น้อยมาก
เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับ Computer รุ่นเก่า
LXDE หน้าตาคล้ายกับ Windows รุ่นเก่า (เช่น Windows 98 or 2000) ซึ่งเป็น Default Desktop Environment ของ Lubuntu
ความต้องการของระบบสำหรับ LXDE:
RAM : 128 MB
CPU : 266 MHz
และตัวสุดท้ายคือ…

Unity

Canonical-to-Drop-GNOME-Control-Center-and-Fork-Its-Own-Unity-Control-Center-408170-2

Unity ได้รับการออกแบบโดย Canonical ใช้สำหรับ Netbook และปัจจุบันเป็น Desktop Environment เริ่มต้นของ Ubuntu ตั้งแต่ 11.04
ความต้องการของระบบสำหรับ Unity:
RAM : 1 GB
CPU : 1 GHz
เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับ DE หวังว่าทุกท่านคงจะกระจ่างนะครับว่า DE คืออะไร มีอะไรบ้าง หน้าตาเป็นยังไง อันน่าใช้ ชอบอันไหน อยากใช้อันไหนก็เลือกได้ตามสบายเลยนะครับ ขอบคุณ บทความดีๆ จากเว็บ debianthailand ด้วยนะครับ (ขออภัยหากผมนำบทความนี้มาแล้ว ดูไม่เหมาะสม หรือละเมิดลิขสิทธิ์อะไร ก็แจ้งผมได้เลยนะครับ) สำหรับบทความนี้ขอจบไว้เพียงเท่านี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ครับ สวัสดีครับ

9 AUTOCAD Best Practices : เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพสุดๆ

วันนี้มีเทคนิคการทำงานมาฝาก หลายๆคนคงต้องใช้ Autocad เป็นเหมือนอุปกรณ์ประจำตัว และอาจจะคิดว่าทำได้ดีอยู่แล้ว แต่รู้ไหมคะว่าอาจจะมีบางอ่าง เฮ้ยย!!... บางอย่างที่ทำให้เร็วและเป๊ะได้ยิ่งกว่าเดิมอีก แค่ปรับ basic ง่ายๆที่คุณรู้อยู่แล้ว
AUTOCAD Best Practice

อะไรคือ Best Practice? ทำไมต้องมี ?

ก่อนอื่นต้องขอพูดถึง คำว่าBest Practice ก่อนค่ะ เพราะเป็นคำที่ใช้บ่อยมากถึงมากที่สุดในการทำงานที่นี่ และการจัดการระบบ Work flow เพื่อให้ทำงานเร็ว ไว สะดวก และมีคุณภาพ โดยที่นำกลับมาแก้ไขได้ง่าย และนำไปสื่อสารต่อได้ง่าย ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้เสร็จครั้งต่อครั้ง แต่มีสร้างระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพระยะยาวค่ะ

ไม่มีก็ทำงานได้เร็วได้ไม่ใช่เหรอ?1

บางทีการที่เราทำงานเร็ว อาจจะไม่ได้แปลว่า ทำงานดีก็ได้ หรือ ถ้าดีแล้ว มันอาจจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ ที่ทำให้เรากลับมาแก้ง่าย ไม่ต้องไปเจอปัญหาบางอย่างที่คาดไม่ถึง และส่งต่อไฟล์งานเราให้คนอื่นใช้ต่อง่าย โดยภาพรวมการใส่ใจตรงนี้จะทำให้ Productivity ในการทำงานสูงขึ้นกว่า ใส่เกียร์เดินหน้า ดับเครื่องชน แล้วตอนหลังมาแก้ที วินาศสันตะโร คนมาใช้ต่ออาจจะอยากด่าเราถึงบรรพบุรุษได้ การใช้ Best Practice อาจจะงงๆ ตอนแรกๆเพราะเราต้องลองทำอะไรที่เราไม่ชินมือในวันแรก แต่พอทำสักครั้งสองครั้งพอชิน มันจะเป็นระบบที่เปลี่ยนให้การทำงานทั้งหมดง่ายขึ้น เร็วขึ้น และตกหล่นน้อยมาก 

Faster! Better! Stronger!!

ส่วนตัว จอมเป็นคนที่ Obsess กับการทำงานเร็ว และมีประสิทธิภาพมากมาก คือ ขยับให้น้อยที่สุดแต่ได้งานมากที่สุด สมัยแรกทำเร็วนะ แต่มานั่งแก้ทีหลัง แล้วคนอื่นเอาไปใช้ต่อไม่ได้ มันก็ไม่ใช่ นั่นยังไม่มีประสิทธิภาพ สุดท้าย ปรับวิธีทำงานจนทำให้ทำงานไว ได้ดั่งใจ ไม่ต้องเปลืองแรงเปลืองเวลา และสุดท้าย คือได้กลับบ้านนอน โดยไม่เสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องค่ะ การต้องอดนอนกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไม่ถือว่าเป็นความขยัน เราต้องเสียเหงื่ออย่างมีคุณค่าค่ะ 

"ฉันไม่ใช่ทาสของ Autocad"

ถ้าเราไม่ใช้งานtool อย่างที่มันสร้างมาให้ใช้ อย่างเต็มประสิทธิภาพของมัน เราจะเสียเวลาไปเปล่าๆ กลายเป็นมันใช้เรา ไม่ใช่เราใช้มัน ในเวลาเท่ากันแทนที่จะได้ของคุณภาพดีดีออกมา กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ Tool มันสร้างมาอำนวยความสะดวกเรา เราต้องใช้มันให้เป็น Autocad ทำได้เยอะมหาศาลค่ะ
จอม..เป็นคนต้องทำงานให้เร็ว ไว และถูกต้องค่ะ ถ้าช้าจอมจะหงุดหงิดมาก ถ้าต้องทำอะไรจับจด จอมจะหาทางที่ทำให้เร็วขึ้น จอมไม่เชื่อว่าจะต้อง Go a hard (and stupid) way ในการแก้ปัญหา Autocad มันเป็นโปรแกรมที่เขียน Script มาดีมาก เราแค่ยังรู้มันไม่พอ
วันนี้ จอมเลยมี 9 ข้อง่ายๆ ที่ควรทำใน Autocad ที่ลองเอาไปปรับใช้กัน ถ้าใครไม่เชื่อไม่ว่ากันค่ะ แต่ว่าบางทีปัญหามันอาจจะเกิดขึ้นมาจากสิ่งเหล่านี้ที่เรามองข้ามไป 
9-best-practice-Autocad1

1. Know the linetypes



9-best-practice-Autocad2

ใช้ Polyline ดีกว่า Line

Line เป็นฟอแมตข้อมูลที่ง่ายกว่า Polyline (Shortcut PL) ถ้าพูดในเชิงโปรแกรมมิ่ง และใช้ง่ายกว่าสำหรับUser แต่ line มีข้อจำกัดเยอะ เด็กจบใหม่หรือนักเรียนหลายคน มักชอบใช้ Line ไม่ว่าจะด้วยเพราะมันพิมพ์ง่าย เพราะแค่ L และแต่ละเส้นไม่ต่อกันทำให้ย้ายไปมาง่าย (คือ จอมก็เคยเป็นมาก่อนตอนรับงานนอกครั้งแรก โดนดุมา จำจนวันนี้เลย..เพราะไม่มีปัญหาตอนเรียน แต่มีปัญหาตอนทำงาน)แต่จริงๆควรจะใช้ Polyline ก่อน เพราะจะช่วยลดเวลาในการแก้ปัญหาที่จะตามมาในอนาคต และ Polyline มีคุณสมบัติมากกว่า Line ทำให้มีความflexible เอาไปใช้ต่อได้ง่ายกว่า
อันนี้อาจจะเป็นอะไรที่หลายคนไม่เห็นด้วย แต่ว่าถ้าเราต้องทำงานที่ซับซ้อนมากพอ และในเวลาที่จำกัด ใช้ Polyline ทำงานเร็วกว่าในระยะยาว ต่างคนต่างใจ เลือกให้เหมาะกับสถานการณ์
ตอนนี้ จอมแทบไม่เจอเหตุผลอะไรที่ต้องใช้ line เลย (บริษัทจอมด้วย) Polyline เป็นเส้นที่แทบไม่มีปัญหา และเอาไปใช้ต่อได้เยอะมากสุด (most versatile)
สิ่งที่ Polyline เหนือกว่า Line เห็นๆ
เรื่อง 2D
  • สร้าง Curve ต่อได้เลย
  • Move ง่าย
  • Offset ไม่ต้องมาทริม
  • Rotate จะมานั่งเลือ1กหลายอันทำไม
  • Stretch
  • Hatch ง่าย เพราะถ้าเป็น closed polyline ใช้ by object แทนที่จะ pick point (ใครเจอคอมเรา crash ตอน pick pointพื้นที่ที่ดูโง่ๆง่ายๆ น่าจะเข้าใจ)
  • Extra editing function
เรื่อง 3D
  • Closed Polyline เอาไปขึ้น Surface , Extrude 3D ได้


9-best-practice-Autocad-spline

ใช้ Spline ให้ถูกที่ถูกเวลา อย่าพร่ำเพรื่อ

Spline นี่มันช่วยเราเขียนเส้นโค้งได้สวยSexyดีทีเดียว เพราะมันเหมือน NURBS มันเหมาะตอน Sketch idea แต่ไม่ใช่เขียนแบบ Construction
เวลาทำงานจริงมันไม่เป๊ะและสุดท้ายต้องมานั่ง convert เป็น Polyline พอconvert เท่านั้นแหละ Vertices เป็นล้าน!!! ไฟล์ใหญ่บาน สุดท้ายต้องมาวาด PLใหม่ หรือ Weed มันอีก.. (step เริ่มเยอะ) .. นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ไฟล์ไม่ clean
Hatch ก็ไม่สะดวกค่ะ
ต้องรู้ว่าจะใช้ตอนไหนค่ะ ใช้ให้ถูกที่ก็จะมีประโยชน์มากค่ะ แต่ถ้าใช้พร่ำเพรื่อก็จะเป็นการสร้าง"งาน"ให้ตัวเองมาแก้เอง


2. Purge!!! + Keep it clean : but not over simplified

บางทีปัญหาหนึ่งที่ Autocad โหลดไฟล์ช้า หรือ Crashบ่อย คือ ขยะเยอะ เส้นซ้ำกันซ้อนทับกันก็มี ต้องคอยลบอะไรที่ไม่ใช่ทิ้ง เช่น ใช้คำสั่งสามอันนี้ ที่ใช้ได้บ่อยค่ะ
  • Purge อันนี้ใช้ก่อนเลย ใช้บ่อยมาก จะเอา layer ที่ไม่ใช้ทิ้งไปด้วยค่ะ9-best-practice-Autocad-purge
  • overkill ช่วยลบเส้นที่เหมือนกันที่ซ้อนแล้วเราไม่รู้ (มีแน่ แค่เราไม่รู้ ลืมไปแล้ว ไรงิ)9-best-practice-Autocad-overkill
  • mapclean (AutoCAD Civil3D) อันนี้ให้เราเลือกเยอะมากค่ะ รวมทั้งมี weed polyline ในนี้ด้วย เจอปัญหาถ้าอันแรกไม่แก้ ตามมาด้วยกันนี้เลย
9-best-practice-Autocad-mapcleanเราควรทำให้มันสะอาด แต่ไม่ใช่ว่า simplify มันจนไม่มี layer อันนี้ไม่ใช่แล้ว!!




3. Organize : จัดการระบบไฟล์ให้มีระเบียบ ใช้เลเยอร์ให้คุ้ม

จัดระเบียบ!!การทำไฟล์ให้สะอาด มันเป็นคนละเรื่องกับการมีเลเยอร์เยอะ มีเลเยอร์เยอะที่แยกตามชนิดของข้อมูลเป็นสิ่งที่ดีมากค่ะ Don’t be afraid of using layers นี่คือตัวอย่างค่ะ อาจจะดูเยอะ แต่เราแค่ต้อง label ให้เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร ที่สำคัญคือมีแล้ว ใส่ให้ถูกเลเยอร์ ไม่งั้นจะหากันลำบาก
โศกนาฏกรรม layer9-best-practice-Autocad-layer0คือ สิ่งหนึ่งเลยที่ทำงานที่ไทยแล้วปวดหัวมาก คือ เส้นใน Autocad มันปนมั่วในเลเยอร์ จอมเคยเจอดราฟแมนที่ไทย ส่งไฟล์มาให้ เขียนทุกอย่างใน layer 0 แล้วเปลี่ยนสีเอา หรือบางอันมีเลเยอร์ แต่ว่าประตูไปอยู่ในเลเยอร์ผนังไรงิ... คือ…อันนี้ห่วยที่สุดของที่สุด เพราะคนอื่นเอาไปใช้ต่อไม่ได้แก้ไม่ได้ แก้ทีต้องแก้แบบโง่ๆคือนั่งลบทีละเส้นๆ จะบ้าเหรอ ไม่มีเวลาทำไรไร้สาระแบบนั้น Program เค้าไม่ได้สร้างมาแค่นี้..โอย ขึ้นๆๆ
Layer Management ต้องใส่ให้ถูกเลเยอร์9-best-practice-Autocad-layerคือ มีแล้วก็ต้องใช้ และใส่มันไปตามที่ที่มันควรจะอยู่

Layiso9-best-practice-Autocad-layisoคือ ถ้าแบ่งตาม เลเยอร์อ่ะ เราก็ layiso มันออกได้แล้วไง สบายจะตาย ยิ่งพอเราไม่ทำงานนี้นานนานนะคะ ถ้าไม่มีการแบ่งเลเยอร์ที่ดี ซวยค่ะ งานเข้าแน่นอน โชคดีนะคะ บางทีเราต้องการ plot ไม่เหมือนกัน บางset เราต้องplot เส้นนี้เป็นน้ำหนักปกติ และ อีก set เราอยากทำอีกแบบให้มันจางลง เห็นแค่ลางๆ ถ้าเอาไปไว้ layer เดียวกัน แล้วจะเลือกกันยังไง? แค่คิด...ก็ต้องเสียเวลาไปแก้ปัญหาที่ไม่จำเป็นแล้ว เสียเวลามว๊ากกกกก
Layer set Manager
ถ้าเราจัด layer ดีดีแต่แรก เวลาจะเลือกobject เราเลือกและเปลี่ยนมันตาม layer สบายกว่ากันเยอะมาก เข้าใจตรงกันนะ9-best-practice-Autocad-layer2ยิ่งตอนนี้ Autocad มี Layer set manager โอ้โห ไฟล์เดียว set combination ของเส้นกี่แบบก็ได้ แบบแรก เปิดแค่ layer 1 3 9 และ อีกแบบ เปิด 2 4 5 6 นี้มันสุดยอดไปเลยยยยย


4. POWER OF ATTRIBUTE : เข้าใจคุณสมบัติของอย่างถ่องแท้

เช่น NEVER EVER…change the color of object(Goes by Layer)

Change by layer..unless you know what you are doing so well

คือ อย่างที่เคยบอกข้อที่แล้วว่าโดนวางยา...ทุกอย่างอยู่ layer 0 แทบกรี๊ด
แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือ ถ้าเปลี่ยนสีมันเป็นสีเฉพาะของมัน ถ้าเรา xref ไปที่อื่น มันก็จะเป็นสีนั้นไปเรื่อยๆไม่มีทางเปลี่ยนสีตาม layer9-best-practice-Autocad-layercolorถ้าเรารู้ว่าเราอยากได้แบบนั้น โอเคค่ะ เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ แต่ถ้าเราไม่ได้คิดอะไร ปัญหาที่จะตามมาคือ... ตอนที่เราอยากเปลี่ยนสีมัน... แล้วแทนที่จะเลือกมันง่ายๆ ไปกดตรงเลเยอร์... เราสร้างงานให้ตัวเอง...!!!!!! ต้องมานั่ง select similar แล้วสมองเราก็ต้องมาประมวลผลกับอะไรเล็กๆน้อยๆที่ไม่จำเป็น
คืนนี้ยังอีกยาวไกล เอาแรงไปใช้กับอะไรที่มันคุ้มค่าดีกว่ามานั่งจับจด เชื่อยังว่าจอมอยากใช้ทุกวินาทีให้คุ้มที่สุด



5. Keep world’s coordinate & Learn UCS | รักษาจุดพิกัดจริง

งานทุกงานที่ วิศวกร และ ภูมิสถาปนิกทำ ส่วนมากจะ coordinate ค่ะ ถ้าเราเอามันออกมาจาก GIS หรือ Surveyor เค้าให้มันมาแบบมีพิกัดในไฟล์ เราก็ควรจะรักษาไว้ อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ในการทำงานร่วมกันกับหลายสาขา และการก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ หรือโครงการที่มีการสำรวจรังวัดค่ะ คือ การละเลยจุดนี้ เป็นการทำให้จุดเชื่อมต่อระหว่างการออกแบบของ วิศวกร สถาปนิก และ ภูมิสถาปนิก หายไป ไม่มีอะไรจริงอีกต่อไป.. เพราะจะมา overlay ยังไงให้มันพอดีเป๊ะ
ปัญหาที่พบบ่อยคือ สถาปนิกย้ายมันไปนอกจุดเพื่อ study แล้วส่งกลับมาให้Consultantอื่นไม่ตรงที่เดิม ปัญหาคือ คนอื่นต้องลากมาใส่ให้ลง site แล้วพอใส่ไม่ลง...มาบอกว่า มันเลื่อนนี่ มันShift(หาย) แล้วมัน Off
คือ…มันต้องมีจุดอ้างอิงให้เอามาใส่ได้ค่ะ แล้วถ้าใช้ True coordinate ตอน xref หรือเอามา paste มันต้องลงที่เดิมของมันอยุ่แล้ว ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบในการวางตำแหน่งของตัวเอง ถ้าสถาปนิกส่งตึกมา เออ แลนสเคป แกไปเลื่อนๆให้มันพอดีนะ... ถ้าเป็นโครงการรีสอร์ทที่มีบังกะโลแยกๆ ให้แลนวาง เพราะเป็น prototype เออ นั่นได้นะคะ แต่คิดดูตึกใหญ่ๆกลางเมือง มาให้เลื่อน และมันจะถูกไหม ทำไมถึงโยนภาระหน้าที่ที่จริงๆเราต้องกำหนดให้ถูกต้องเองไปให้ชาวบ้าน ที่อเมริกา..ทุกอย่าง true coordinate ค่ะ ไม่งั้น Shift แล้ว nightmare ของทั้งโครงการ
บางคนบอกว่าที่ต้องย้ายต้องRotate เพราะมันทำงานยาก จอมแนะนำให้ใช้ UCS ในการปรับองศาเวลาทำงานแล้วมันปรับกลับมาเป็น World ได้ค่ะ นี่ไม่ใช่ข้ออ้างค่ะ
หรือเพราะ Sketchup อ่านตาม Coordinate หรือห่างจาก 0,0,0ไม่ดี อันนี้ก็ควรจะแยกไฟล์ไปทำ Sketchup ต่างหากค่ะ ย้ายไปเลย จอมเข้าใจ แต่อย่าให้มาลำบากชาวบ้านใน AutuoCAD เวลาต้อง Coordinate นะจ้ะ ;)

6. Use xref

การแบ่งไฟล์ xref หลายคนบอกยุ่งยากวุ่นวาย อาจจะเพราะเราทำงานคนเดียว แต่ถ้าเราทำงานกับคนอื่นและต้องshare file กับ consultant อื่นหรือ มี base file ที่เป็นที่ยึดถาวรให้เรา xref1 เข้ามา เราจะ update ง่ายมาก แถมลดขนาดของไฟล์ Autocad ให้ไม่ใหญ่ด้วย
ไม่รก :
การมี xref ทำให้เราเปิดปิดสิ่งไม่จำเป็นได้ง่ายด้วย เช่น…พวกไฟล์ระบบ อย่างระบบระบายน้ำ ไฟ gas ลองคิดดูว่าเอามารวมกัน มันจะรกขนาดไหน เราไม่ได้ต้องการใช้มันตลอดเวลาด้วย มีไว้เปิดปิด

xref ที่อเมริกาเป็นสิ่งที่จำเป็น :
ส่วนหนึ่งคือ การที่เราไม่ embed ข้อมูลของคนอื่นที่อาจจะเปลี่ยนอีก หรือแปลว่าเราไม่ควรไปเปลี่ยนของเค้า อย่างfileพวกระบบ เราก็แค่เอามาเทียบเพื่อออกแบบให้มันเหมาะสมกับระบบ แต่ไม่ใช่เอามา paste ลงของเรา เพราะเค้าอาจจะเปลี่ยนข้อมูล แล้วทีนี้ถ้าเค้าอัพเดท...ซวยป่ะล่ะ จำได้มะ... ว่าไฟล์นั้นมีเลเยอร์อะไรบ้าง? จะเอาไปหมดไหม... งานเข้าอีกแล้ว แค่ต้องคิดว่าจะต้องเลือกเลเยอร์อะไรก็เสียเวลาละ... เสียเวลาๆๆ xref แต่แรกก็จบละ
ยกตัวอย่าง xref file เช่น การ xref ไฟล์ *Base (survey), Landscape (Hardscape), Arcihtecture, Planting (softscape), Lighting, Utility, Contour, Spot elevation เป็นต้น ทีนี้เวลาเรา Share file ระหว่าง consultants เราส่งแค่ไฟล์ที่เราupdate และเมื่อมันอยู่ใน Coordinate พิกัดเดิม เราไม่ต้องมาเลื่อนอะไร มันมา reference ที่ 0,0,0 เลย
จอมอาจจะ intense มากเรื่องนี้ แต่สำคัญมากจริงๆค่ะ ทำงานง่ายกว่าล้านเท่า ในการติดต่อ ที่ทำงานจอมและ consultants ที่ทำงานร่วมก็แยกหมดค่ะ ไม่มีใครไม่ใช้ xref

Teamwork
ข้อดีอีกอย่างคือ เราแยกไฟล์แปลว่าเรากับเพื่อนร่วมทีม ไม่ต้องแย่งกันทำงานบน file เดียวกัน เช่น ในงาน landscape จอมอาจจะทำผังHardscape หลัก แต่อีกคนอยู่ในไฟล์ trees ที่ xref ต้นไม้มาบนไฟล์ที่จอมทำ เค้าก็ทำของเค้าเวลาใครสักคน Update มันก็จะอัพทั้งคู่
แต่ว่าต้องเข้าใจระบบของการ xref ไม่งั้นมันจะ nest กันไปมา อันนั้นทำไฟล์ช้าไปซะงั้นอ่ะ แทนที่จะทำให้ไฟล์เร็ว



7. Learn Lisp Routine

9-best-practice-Autocad-lispLisp routine เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกความสบาย..เป็นจริงได้ใน Autocad!!
อย่างที่บอกไปอะไรที่ต้องเสียเวลาทำ จอมจะหาทางอื่นก่อน และเราก็พบทางสว่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด เช่นอันนี้ คืออันที่จอมใช้ประจำและแชร์ Tips นี้กับที่ออฟฟิส
Command “tlen” is to measure the total linear length วัดความยาวเส้นทั้งหมดที่เลือกพร้อมกัน เหมาะกับหาความยาวของผนังทั้งหมดทีเดียว
Command “aream” to get all area of polylines at (you can drag over all of them, unlike usual “area” that you have to select individually.หาพื้นที่ทุกอันในนั้นไม่ต้องมานั่งเลือกทีละอัน
Command “vcount” to count vertex of the polylines, I used it in Construction document, planting set, to count the amount of trees at the connectors (the line that snap at the center of shrub / trees to tell it is the same species)ใช้นับจุดบนเส้นค่ะ
These are 3 I used a lot.
Command “pld” is polyline diet (if I remember the shortcut correctly) I used it sometimes if the mapclean / weed polylines are not enough. I used to clean the lines and reduce the vertex.อันนี้คล้าย mapclean แต่ง่ายกว่า ใช้ลดจุดใน polyline
ไว้เรื่อง Lisp routine ถ้าสนใจบอกมานะคะ จอมจะแยกเป็นอีกบทความให้เลย


8. Real File VS Study

  • แบ่งไฟล์จริงสำหรับ ใช้จริง(สะอาด) กับไฟล์Study ที่เราใช้ทดลอง(รกได้)
  • Don’t lay it on the side, unless it is the study รักษา Coordinate ในไฟล์หลัก แต่ในไฟล์ทดลอง อยากทำอะไรก็ทำ
  • เซฟใส่วันที่แยก เผื่ออยากได้อะไรจากในนั้น และที่สำคัญพยายามรักษา coordinate เดียวกันไว้ เวลาcopy จะได้ paste in place ได้


9. Think about next step : 3D making

9-best-practice-Autocad-3d-layerคิดถึงการจะเอาไปใช้ทำ 3D ต่อด้วย เวลาจอมได้ไฟล์จากคนอื่นจอมแยกได้ชัดเลยว่าคนนี้ มีความรู้ความเข้าใจในการเขียนทั้ง 2D และ 3D เพราะเค้าเอามาให้เราใช้ต่อได้ง่ายๆเวลาจอมจะช่วยมาทำโมเดลต่อ เอาจริงๆ ไม่ขออะไรมาก ขอแค่..
  • clean, no junk
  • เส้นต่อกัน ไม่เหลื่อม เหมือนอย่างที่แบบก่อสร้างควรจะเป็น เส้นจบ
  • แยกเลเยอร์ตามชนิดวัสดุด้วย ไม่ใช่แค่ Hardscape จะดีมาก
  • Closed polyline ได้นี่..รักเลย <39-best-practice-Autocad-closed-polyline
อันนี้คือตัวอย่างเวลาจอมทำ 3D ที่ทำงาน จอมแยกแต่ละ layer ตามวัสดุเลย เวลาทำงานก็ง่ายเพราะจอมก็ค่อยๆทำทีละ layer มีchecklistตัดมันออกทีละข้อ จอมทำงาน scale ใหญ่และมีความซับซ้อนสูงเยอะมาก ทำให้ต้องแบ่งเลเยอร์เยอะ จะได้ทำงานง่ายๆ ใช้layiso แล้วก็ ตูมๆ!! อัดมันทีละเลเยอร์9-best-practice-Autocad-3d

สรุป : Toolsเป็นเครื่องทุ่นแรง ไม่ใช่ให้มันมากินแรงเรา

ออโต้ แคด ปัญหา งาน
นี่เป็น 9 ข้อที่ไม่ใช่แค่จอมใช้ประจำ แต่รวมไปถึงออฟฟิสที่จอมทำงานด้วยก็มีระบบชัดเจนมากค่ะ และมันทำให้การทำงานร่วมกับคนอื่นง่าย และปัญหาก็น้อยลง เวลาผ่านไปเราก็ลืมละว่าเราจัดระบบมันยังไง แต่ถ้าเรามีระบบที่เข้าใจได้ง่าย (Intuitive) จะทำให้แก้ง่ายสบายใจค่ะ
จอมอยากทำงานให้เสร็จไว และดีดี แต่ไม่ใช่เสร็จแล้วจะได้กลับบ้านหรอกค่ะ เพราะถ้างานไม่ดี เราก้ต้องมาแก้ค่ะเวลาทำงานที่นี่เค้าไม่เคยปล่อยให้หลุดแม้แต่นิดเดียว ถ้าเราเอาแค่คร่าวๆไปให้เค้าดู เสียเวลามาแก้ไม่เท่าไหร่ แต่เสียเครดิตนี่เอาคืนไม่ได้ค่ะ ทำงานดีดี จะได้กลับบ้าน นอนหลับฝันดี เพราะเราไม่ได้หมกอะไรไว้ ;)
ปีที่แล้ว มีเด็กมาฝึกงานและดูจะมีความมั่นใจในการทำ Cad มาก แต่พอเอาเข้าจริงๆ คนทำต่อนี่แทบจะเอาเท้าก่ายหัว...เจ้านายเลยส่งจอมไปเทรน คือ มีปัญหาให้ตามแก้ตลอด และเค้าคิดว่าแบบนี้ก็ได้นี่ ก็ดีอยู่แล้วนี่ แต่พออธิบายให้ฟัง และทำให้ดูเค้าเลยเริ่มเข้าใจ เพราะเราไม่ได้ทำงานคนเดียว และไม่ได้ทำไปเรื่อยๆ เราต้องแข่งกับเวลาในขณะที่คุณภาพต้องได้ด้วย จอมเลยคิดว่าบางทีการเอาเรื่องนี้มาแบ่งปันน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยค่ะ เพราะตอนจอมเรียนจบ จอมก็มั่นใจแบบที่น้องฝึกงานมาเลยค่ะว่าเราเร็วและคล่อง แต่ว่าตอนนี้จอมว่าจอมได้รู้อะไรเยอะขึ้น มันมีอะไรอีกเยอะมากที่ให้เราดียิ่งๆขึ้นไปไม่ใช่แค่ชั่วโมงบิน แต่เป็น Best Practice หรือแนวทางน่าปฏิบัติที่ทำให้เราทำงานได้ดียิ่งๆขึ้นค่ะ
ไหนไหนมันก็เป็นโปรแกรม เป็นเครื่องมือที่เราถนัดอยู่แล้ว จะถนัดให้มันมากกว่านี้..จะเป็นอะไรไป? มันจะได้เป็นเครื่องทุ่นแรงเรา ไม่ใช่ให้มันมาใช้งานเราเยี่ยงทาสeating while doing cad work
แล้วคุณมีเทคนิค หรือ แนวทางน่าปฏิบัติ(Best Practice) อะไรอีกบ้างคะ? ถ้าจอมลืมอะไรไป เพิ่มเติมมาได้เลยค่ะ มาแบ่งปันกัน
หรือถ้าสนใจอย่างให้เจาะเรื่องไหนเป็นพิเศษบอกได้นะคะ เช่นเรื่อง Lisp Routine ถ้าสนใจเดี๋ยวมาขยายเป็น VDO ก็ได้ค่ะจะได้เข้าใจง่าย ยังไงอยากได้อะไร ลอง request มานะคะ
เรามาเป็นเทพ Autocad ไปด้วยกันค่ะ ว่าแล้ว...ก็ไปลุยลองทำกันเลย!!

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ :)

ที่มา: https://dreamaction.co/9-autocad-best-practice/

ทำความรู้จักกับ SolidWorks Simulation

ทำความรู้จักกับ SolidWorks Simulation

โปรแกรม SolidWorks เป็นโปรแกรมออกแบบ 3มิติ  ซึ่งใช้งานกันอย่างแพร่หลายทั้งในระดับการศึกษาและระดับอุตสาหกรรม  มีทั้งการข้อมูลในเวปไซต์ต่างๆ เช่น Youtube  มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย  มีสถานที่ที่จัดสอนโปรแกรมโดยเฉพาะ  และมีคนที่รับสอนนอกสถานที่  ทำให้โปรแกรม SolidWorks มีผู้ใช้จำนวนมากเพราะมีแหล่งศึกษาที่หาได้ง่าย  และสามารถฝึกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว  แต่ยังมีคนจำนวนน้อยนักที่จะรู้ว่าโปรแกรม SolidWorks สามารถเพิ่มฟังชั่น Add-in เพื่อให้มีความสามารถอย่างอื่นนอกเหนือจากการวาดโมเดล 3มิติ  ฟังชั่น Simulation เองก็เป็นหนึ่งในฟังชั่น Add-in ที่มีอยู่มากมาย  ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกันว่า  SoildWorks Simulation สามารถทำอะไรได้บ้าง

ฟังชั่น Simulation ในโปรแกรม SolidWorks แบ่งหลักๆได้ 4 ชนิดคือ

1. Simulation  คือการวิเคราะห์ความแข็งแรงของโมเดล 3มิติ (Strength Analysis)  โดยใช้วิธี Finite Element Analysis (FEA) ในการคำนวณหาความแข็งแรง  ซึ่งจะมีโมดูลย่อยๆอีกหลายชนิดเพื่อให้ตอบโจทย์ความเสียหายที่มีได้หลากหลายรูปแบบดังต่อไปนี้
     - Linear Static  คือการวิเคราะห์ความเสียหายของชิ้นงานเมื่อได้รับแรงกระทำ  สามารถดูการรับแรง (Stress)ที่ตำแหน่งต่างๆของชิ้นงาน และดูการบิดงอ(Displacement)ได้
     - Frequency  คือการวิเคราะห์หาความถี่ธรรมชาติและ Mode Shape(ลักษณะหรือทิศทางของการสั่น)
     - Buckling  คือการวิเคราะห์ความเสียหายแบบโก่งเดาะ(ฺBuckling)  โดยแสดงผลในรูปของ Buckling Load Factor (คล้ายๆกับ Safety factor ที่บอกว่าชิ้นงานสามารถรับแรงได้อีกกี่เท่าจึงจะเกิดความเสียหาย)
     - Thermal  คือการวิเคราะห์การถ่ายเทความร้อน  สามารถวิเคราะห์ได้ทั้งการนำความร้อน  การพาความร้อน  และการแผ่รังสี
     - Fatigue  คือการวิเคราะห์ความล้าหรืออายุการใช้งานของชิ้นงาน  เมื่อชิ้นงานได้รับแรงกระทำซ้ำๆ
     - Drop Test  คือการวิเคราะห์การตกกระแทก  โดยสามารถกำหนดความสูงหรือความเร็วตอนชิ้นงานเกิดการกระแทกกับพื้น  กำหนดมุมตกกระแทก  และกำหนดค่าความแข็งของพื้นที่ชิ้นงานมากระแทกได้
     - Optimization คือการหาขนาดที่เหมาะสมของชิ้นงานด้วยโปรแกรม  สามารถกำหนดตัวแปรที่ต้องการเปลี่ยน เช่น ขนาดของชิ้นงาน เป็นต้น  กำหนดเงื่อนไข เช่น ต้องมี Safety factor มากกว่า 2  หรือมีการบิดงานไม่เกิน 1 mm เป็นต้น  และกำหนดเป้าหมายที่ต้องการ เช่น หาว่าชิ้นงานที่มีน้ำหนักเบาที่สุดคือเท่าไร  โดยโปรแกรมจะเปลี่ยนขนาดของชิ้นงานตามตัวแปรที่กำหนดโดยอัตโนมัติ  และหาชิ้นงานที่เบาที่สุดโดยที่ชิ้นงานตัวนั้นๆต้องผ่านเงื่อนไขของเราด้วย
     - Pressure Vessel  คือการวิเคราะห์ถังความดัน  โดยอ้างอิงกับมาตรฐาน ASME Code Section VII, Division 2, Appendix 4
     - Linear Dynamic  คือการวิเคราะห์การสั่นสะเทือน  สามารถกำหนดการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น  แล้วคำำนวณหา Stress หรือ Displacement ที่เกิดขึ้น ณ เวลาต่างๆได้
     - Non-linear คือการวิเคราะห์แบบไม่เชิงเส้นซึ่งมีได้ 3 แบบคือ  วัสดุไม่เชิงเส้น(Meterial non-linear) เช่น พลาสติก  ยาง เป็นต้น  มีการสัมผัสหรือการเคลื่อนที่มาชนกันระหว่างชิ้นงานประกอบ(Contact non-linear)  และชิ้นงานมีการบิดงอไปจากรูปเดิมมากๆ(Geometry non-linear)


2. Motion Analysis คือการวิเคราะห์งานที่เป็นระบบกลไกซึ่งมีการเคลื่อนไหวของชิ้นงาน  โดยอาจจะเคลื่อนไหวได้จากการใส่มอเตอร์  กระบอกสูบ  แรงโน้มถ่วง ฯลฯ  ผลลัพธ์ที่ได้คือการจำลองการทำงานของเครื่องจักรนั้นๆ รวมถึงความเร็ว  ความเร่ง  ทิศทางการเคลื่อนที่  กำลังมอเตอร์ที่ต้องใช้ ฯลฯ


3. Flow Simulation  คือการวิเคราะห์พฤติกรรมของของไหลที่ไหลผ่านโมเดล 3มิติ  โดยใช้วิธี Finite Volume ในการวิเคราะห์  ความสามารถของ Flow Simulation สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของของไหล เช่น ความเร็ว  ทิศทางการไหลความดัน  อุณหภูมิ  อัตราการไหล ความชื้น ฯลฯ  รวมถึงการวิเคราะห์ชิ้นงานที่มีการหมุน เช่น วิเคราะห์น้ำไหลผ่านปั๊ม  เป็นต้น


4. SolidWorks Plastic  คือการวิเคราะ์งานฉีดพลาสติก  เพื่อตรวจสอบว่าโมเดลที่ออกแบบมาสามารถนำไปฉีดพลาสติกได้จริงหรือไม่  หากเกิดปัญหา เช่น Air trap, Weld line, Sink mark, Warp ฯลฯ จะเกิดที่ตำแหน่งใด  ซึ่งช่วยให้เราทราบปัญหาที่จะเกิดและหาทางแก้ไขก่อนที่จะผลิตจริง

ที่มา :http://thai-solidworks-simulation.blogspot.com/2014/10/solidworkssimulation.html

ทำความรู้จักกับ Unity

ทำความรู้จักกับ Unity

Unity คืออะไร

Unity คือเกมเอนจิ้นสำหรับการสร้างเกม ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในช่วงแรกๆ ที่รองรับการพอร์ทเกมลงบน Windows, OS X และเวบเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้เพิ่มความสามารถในการพอร์ทลงบน iOS, Android และแพลตฟอร์มอื่นๆ เกือบทุกแพลตฟอร์ม
ปัจจุบันโปรแกรม Unity สามารถทำงานได้ทั้งบน Windows และ OS X ซึ่งมีเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้ด้วย ลองโหลดมาติดตั้งกันก่อนเลย
[vcex_button url=”http://www.unity3d.com/download” title=”Download Unity” style=”flat” layout=”expanded” align=”left” color=”rosy” size=”small” target=”blank” rel=”none”]ดาวน์โหลดโปรแกรม Unity ฟรี![/vcex_button]

อะไรคือจุดเด่น

Unity นั้นโดดเด่นกว่าเกมเอนจิ้นตัวอื่นๆเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากความง่ายในการใช้งาน ความสามารถในการพอร์ทลงบนแพลตฟอร์มต่างๆ คุณภาพของเกมที่ได้ก็อยู่ในระดับสูงอีกด้วย
นอกจากการมีเวอร์ชั่นฟรีให้ใช้งานแล้ว ราคาค่า license ของ Unity เองก็ถือว่าถูกมาก หากเทียบกับเกมเอนจิ้นตัวอื่น (ตารางราคา) ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ปัจจุบัน Unity คือเกมเอนจิ้นอันดับหนึ่ง และมีผู้ใช้งานมากที่สุด เกมที่อยู่ใน App Store และ Google Play เกือบครึ่งถูกสร้างด้วย Unity

ใช้ Unity ทำอะไรได้บ้าง

ด้วยคอนเซปของ Unity ที่ไม่ได้ผูกมัดกับเกมรูปแบบใด รูปแบบหนึ่งเป็นพิเศษ เราจึงสามารถใช้ Unity สร้างเกมได้หลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นแนวเดินหน้ายิง (First-Person Shooting) แนววางแผน (Strategy) แนวไขปริศนา (Puzzle) เรียกว่าไม่มีขีดจำกัดเลยทีเดียว
แพลตฟอร์มที่ Unity รองรับอย่างเป็นทางการก็ได้แก่ Web, PC, Mac, iOS, Android, Windows Phone, Blackberry, Xbox, PlayStation
build-settings
นอกจากนี้ นักพัฒนาหลายรายก็ได้ประยุกต์เอา Unity ไปใช้พัฒนาแอพพลิเคชั่นได้อีกด้วย

มีเกมไหนบ้างที่ใช้ Unity ในการสร้าง

เกมใหญ่ๆ ดังๆ มากมาย ถูกสร้างด้วย Unity ไม่ว่าจะเป็น Assassin’s Creed, Bad Piggy หรือ Kingdom Heart ทีมพัฒนาทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ให้ความสนใจกับ Unity เพราะเป็นตัวช่วยให้สามารถสร้างเกมได้อย่างรวดเร็ว และคุ้มค่านั่นเอง
made-with-unity
ดูรายการเกมที่พัฒนาด้วย Unity ได้ที่ ลิงค์ นี้

ฉันจะเริ่มต้นได้อย่างไร

เวบ Thai Unity3D เป็นแหล่งรวมสาระ ข่าวสารเกี่ยวกับ Unity ที่เป็นภาษาไทย แห่งแรกและแห่งเดียว เมื่อคุณเข้ามาที่เวบนี้ ก็เท่ากับคุณได้เริ่มต้นกับ Unity แล้วนั่นเอง
อ่านบทความเกี่ยวการใช้งาน Unity โดยทีม Thai Unity3D ได้ที่ ลิงค์ นี้
Unity ถูกสร้างมาเพื่อนทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็น นักพัฒนามือใหม่ หรือมือโปร เป็นนักการตลาดที่ต้องการเกมหรือแอพที่ทำเสร็จได้อย่างรวดเร็ว เป็นนักขายที่ต้องการเครื่องมือช่วยเหลือในการนำเสนอ “เครื่องมือที่ดีที่สุด อยู่ในมือของคุณแล้ว”

ที่มา :https://www.unity3d.in.th/unity-intro/

Construct 2

เริ่มต้นกับ Construct 2

เกริ่นนำ

วันหนึ่งนั่งเตรียมงานอยู่ มีเด็กๆ มาสอบถามอยากสร้างเกม จะใช้โปรแกรมอะไรดี อีกอย่างขอแบบโปรแกรมที่ไม่ต้องเขียนโปรแกรมเยอะ คลิกแล้วเล่นได้เลย ภาพสวยด้วย อึ้งไปนิดหนึ่ง ตามประสบการณ์ตัวเอง เรื่องเขียนเกม เป็นเรื่องไกลตัวมาก แต่เมื่อเด็กอยาก เราเป็นครู มีหรือจะไม่สนอง นั่งหาข้อมูลประมาณครึ่งวัน จนได้ข้อสรุปว่า โปรแกรม CONSTRUCT 2 นี้แหละ ตอบสนองความต้องการของเด็กได้ แต่ปัญหาไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อเด็กบอกว่า ครูสอนหน่อยสิ หาข้อมูลส่วนใหญ่มีแต่ภาษาอังกฤษ ขอภาษาไทยแบบเข้าใจหน่อย เพื่อเด็กครับเลยต้องมาจัดให้ซะหน่อย ได้ประโยชน์ทั้งครูและนักเรียน

WHAT IS CONSTRUCT 2

โปรแกรม CONSTRUCT 2 คือ โปรแกรมที่พัฒนาโดยบริษัท SCIRRA LTD. มีพี่น้อง ASHLEY และ THOMAS GULLEN เป็นเจ้าของ  แต่เดิมใช้ชื่อว่า CONSTRUCT CLASSIC ซึ่งใช้พัฒนาเกม DIRECTX 9 สำหรับระบบปฏิบัติการ WINDOW และด้วยแนวโน้วของเทคโนโลยี HTML5 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามาเป็น CONSTRUCT 2 โดยโปรแกรมดังกล่าว มีแนวคิดว่า การสร้างเกมโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม
HTTPS://WWW.SCIRRA.COM/CONSTRUCT2

DOWNLOAD AND SETUP

โปรแกรม CONSTRUCT 2 มีทั้งเวอร์ชันเสียเงิน และเวอร์ชันฟรี สำหรับมือใหม่แค่เวอร์ชันฟรีก็เพียงพอสำหรับการพัฒนาเกมแล้วครับ แต่หากจะสร้างให้เกิดรายได้ ก็ต้องซื้อเขามาใช้นะครับ 
การ DOWNLOAD โปรแกรม CONSTRUCT 2 เวอร์ชันฟรี สามารถ DOWNLOAD ได้จาก HTTPS://WWW.SCIRRA.COM/CONSTRUCT2/RELEASES/NEW  จะเป็นเวอร์ชันล่าสุดที่พัฒนา  เมื่อได้ไฟล์สำหรับติดตั้งแล้ว ก็เริ่มติดตั้งกันเลย

1. ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ CONSTRUCT2-RXXX-SETUP.EXE ที่ได้ DOWNLOAD มาแล้ว จะปรากฏหน้าต้อนรับสู่การติดตั้ง คลิกที่ปุ่ม NEXT เพื่อไปยังขั้นตอนถัดไป

2. ในขั้นตอนนี้ จะเป็นการชี้แจงข้อตกลงในการใช้งานโปรแกรม เมื่ออ่านเข้าใจแล้วก็คลิกเลือกที่ I ACCEPT THE AGREEMENT และคลิกที่ปุ่ม NEXT เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป

3.  ในขั้นตอนนี้ จะเป็นการกำหนดตำแหน่งที่จะติดตั้งโปรแกรม CONSTRUCT 2 โดยปกติจะกำหนดให้ติดตั้งที่ตำแหน่ง PROGRAM FILE เราสามารถเปลี่ยนเป็นตำแหน่งอื่นๆ ได้ และคลิกที่ปุ่ม NEXT เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป

4.  ในขั้นตอนนี้จะเป็นการเลือก ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานอยู่ ว่าจะติดตั้งแบบ 32 BIT หรือ 64 BIT ถ้าเราไม่แน่ใจให้เลือก AUTO-DETECT WHAT KIND OF COMPUTER I HAVE และคลิกที่ปุ่ม NEXT เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป

5.  ในขั้นตอนนี้จะเป็นการเลือกว่าจะให้เพิ่มไอคอนของโปรแกรมที่หน้าจอ หรือไม่ ถ้าไม่ต้องการก็คลิกเครื่องหมายออกจากช่อง CREATE A DESKTOP ICON และคลิกที่ปุ่ม NEXT เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป

6. ในขั้นตอนนี้จะให้ผู้ใช้ยืนยันว่าจะติดตั้งจริงหรือไม่  ถ้ามั่นใจก็คลิกที่ปุ่ม INSTALL เพื่อติดตั้งโปรแกรม CONSTRUCT 2

7. โปรแกรมจะทำการติดตั้ง รอประมาณ 1 นาที แถบการติดตั้งจะเต็ม ครบ 100 %

8. ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้าย คลิกที่ปุ่ม FINISH เพื่อสิ้นสุดการติดตั้ง

จากการติดตั้งจะเหมือนกันการติดตั้งโปรแกรมโดยทั่วไป ส่วนการใช้งานจะได้แนะนำอีกครั้งหนึ่งในครั้งต่อไป ขอให้ติดตั้งสำเร็จทุกคนนะครับ

ที่มา : http://witoondon.blogspot.com/2015/07/construct-2.html

Set MongoDB in the windows path environment

  Let’s set MongoDB in the windows environment in just a few steps. Step 1: First download a suitable MongoDB version according to your mach...