วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559

อินพุต เอาต์พุต พื้นฐาน

ในการเขียนโปรแกรม สิ่งที่สำคัญอบ่างหนึ่งคือโปรแกรมต้องมีการติดต่อกับผู้ใช้ โดยพื้นฐานแล้ว เป็นการแสดงผลลัพธ์ของโปรแกรม เราเรียกสิ่งนี้ว่า output โดยทั่วไปมักจะเป็นหน้าจอของคอมพิวเตอร์ และอีกอย่างหนึ่งคือหารให้ข้อมูลกับโปรแกรมเราเรียกว่า input ซึ่งโดยปกติจะเป็นทางคีย์บอร์ด อย่างไรก็ตาม มันสามารถเกิดขึ้นได้โดยวิธีอื่นๆ เช่น โหลดจากไฟล์ เสียง หรือนำเข้าจากกล้องถ่ายภาพ เป็นต้น สำหรับบทเรียนนี้เราจะพูดบนพื้นฐานการทำงานกับคอมพิวเตอร์เท่านั้น

ในบทเรียนนี้ เราจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับสองสามวิธีที่ใช้กันบ่อยๆ กับ console โปรแกรม

การแสดงข้อความกับฟังก์ชัน Write และ WriteLine

คุณได้เห็นว่าเราได้ใช้เมทธิดนี้ไปแล้วในบทก่อนหน้า ฟังก์ชัน Write และ WriteLine นั้นมาจากไลบรารี่มาตฐานของภาษา C# ซึ่งอยู่ในคลาส Console ข้อแตกต่างของมันคือ เมธอด WriteLine นั้นจะเพิ่มการขึ้นบรรทัดใหม่เข้าไปเพื่อคุณใส่ตัวอักษรเข้าไปในฟังก์ชัน ในขณะที่ฟังก์ชัน Write นั้นจะไม่ทำ มาดูตัวอย่าง
using System;

class BasicInputOutput1
{
    static void Main(string[] args)
    {
        Console.Write("Hello Java");
        Console.WriteLine("Hello C#");
        Console.Write("Hello C++");
        Console.ReadKey();
    }
}
มาดูตัวอย่าง เมื่อโปรแกรมได้ถูกรัน
Hello JavaHello C#
Hello C++
จากตัวอย่างด้านบนนั้น คุณจะสังเกตุเห็นว่าหลังจากคำว่า Hello C# โปรแกรมจะขึ้นบรรทัดใหม่ นั่นเป็นผลลัพธ์ของฟังก์ชัน WriteLine นั่นเอง ในภาษา C# คุณสามารถใช้ตัวอักษรพิเศษ \n เพื่อแสดงผลลัพธ์ของการขึ้นบรรทัดใหม่
Console.Write("Hello C#\n");
Console.WriteLine("Hello C#");
จากตัวอย่างด้านบน ทั้งของบรรทัดของโปรแกรมนั้นให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน

ฟังก์ชัน Write และ WriteLine กับตัวแปร

เหมือน ในภาษาอื่นๆ ภาษา C# สามารถแสดงตัวอักษรร่วมกับตัวแปรและค่าคงที่ได้ สำหรับฟังก์ชัน Write และ WriteLine นั้นจะเป็นการใส่พารามิเตอร์มากกว่า 2 ตัวขึ้นไป จะจัดรูปแบบการแสดงผลในพารามิเตอร์ตัวแรก มาดูตัวอย่างการใช้งานของฟังก์ชัน Write และ WriteLine
using System;

class BasicInputOutput2
{
    static void Main(string[] args)
    {
        String name = "Marcus";
        String music = "Trip hop";
        String movie = "science";
        Console.WriteLine("My name is {0}.", name);
        Console.WriteLine("{0} is my favorite music style and {1} is movie style.", music, movie);
        Console.ReadKey();
    }
}
ในตัวอย่าง เราได้แสดงผลชื่อจากตัวแปร name นั่นหมายความว่าข้อความจะเปลี่ยนไปตามค่าของตัวแปร โดยเราได้ใส่อากิวเมนต์ตัวที่สองในฟังก์ชัน WriteLine คือตัวแปร name และหลังจากนั้นเราจะต้องทำการจัดรูปแบบการแสดงผลที่อากิวเมนต์แรกที่คุณจะเห็น { and } เพื่อให้สอดคล้องกับลำดับของตัวแปรที่ใส่เข้ามาในฟังก์ชัน
และนี่เป็นผลลัพธ์ของโปรแกรม
My name is Marcus.
Trip hop is my favorite music style and science is movie style.
และในภาษา C# ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่คุณสามารถใช้ได้คือการต่อ string หรือเราเรียกว่า concatenating โดยการใช้เครื่องหมาย + เพื่อต่อข้อความเข้าด้วยกัน และคุณได้เห็นเราได้ใช้ในบทก่อนหน้านี้แล้ว
using System;

class BasicInputOutput3
{
    static void Main(string[] args)
    {
        String name = "Marcus";
        String music = "Trip hop";
        String movie = "science";
        Console.WriteLine("My name is " + name + ".");
        Console.WriteLine(music + " is my favorite music style and " + movie+ " is movie style.");
        Console.ReadKey();
    }
}
ทั้ง สองวิธีนั้นให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน แต่จะมีข้อควรระวังคือการใช้เครื่องหมาย concatenating นั้นจะทำให้เกิดการแปลงตัวเลขเป็น string และให้คุณเลือกใช้มันอย่างเหมาะสม
Console.WriteLine("Number is " + 3 + 4); // Number is 34
Console.WriteLine("Number is " + (3 + 4)); // Number is 7
จาก ตัวอย่างนั้นจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน เพราะว่าการใช้เครื่องหมาย concatenate กับ string นั้นจะทำให้ตัวเลขถูกแปลงไปเป็นสตริงอัตโนมัติ คุณต้องกำหนดความสำคัญให้กับตัวเลขก่อนโดยการใส่วงเล็บดังตัวอย่างด้านบน

การอ่านค่าด้วยฟังก์ชัน Read และ ReadLine

ในภาษา C# ได้มีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสำหรับการอ่านค่านำเข้าจาก input steam เช่น คีย์บอร์ด โดยส่วนมากเรามักจะใช้ฟังก์ชัน ReadLine

ฟังก์ชัน Read

ฟังก์ชัน Read ใช้เพื่อผ่านตัวอักษรตัวต่อไปจาก input steam โดยฟังก์ชันจะส่งค่า integer ของตัวอักษรกลับมา โดยมันมีรูปแบบการใช้งานดังนี้
int variable = Console.Read();
Note: ฟังก์ชันนี้ใช้เพื่อรับค่าเพียงแค่หนึ่งตัวอักษรจากคีย์บอร์ดเท่านั้น ถ้าค่าอินพุตท์ของคุณมากกว่า มันจะตัดทิ้งไปเก็บไว้ใน input buffer
Console.WriteLine(Console.Read());
Console.WriteLine(Console.Read());
Console.WriteLine(Console.Read());
จาก ตัวอย่างด้านบน ให้อินพุตท์จากคีย์บอร์ดเป็น "abcd" ผลลัพธ์คือฟังก์ชันจะส่งค่าเป็น integer กลับมาและแสดงบนแต่ละบรรทัด และตัวอักษรตัวสุดท้ายนั้นจะไม่ถูกแสดงเพราะเราได้เรียกฟังก์ชัน Read เพียง 3 ครั้ง และมันจะนำไปเก็บตัวอักษร d ไว้ใน input buffer เมื่อมันเจอฟังก์ชัน Read อีกครั้ง มันจะนำตัวอักษรที่ถูกเก็บออกมาให้กับฟังก์ชันอัตโนมัติ
abcd
97
98
99

ฟังก์ชัน ReadLine

วิธี การรับค่าในภาษา C# ที่สะดวกที่สุดคือการใช้ฟังก์ชัน ReadLine เพื่ออ่านค่าจากคีย์บอร์ด มันสามารถใช้อ่าน string, integer, float, double เป็นต้น โดยฟังก์ชันจะ return ค่ากลับมาเป็นสตริง ในการที่คุณต้องการอ่านค่าที่เป็นตัวเลข เราจำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันในการแปลงสตริงให้เป็นตัวเลขก่อน
using System;

class BasicInputOutput
{
    static void Main(string[] args)
    {
        String name;
        int age;
        double height;

        name = Console.ReadLine();
        int.TryParse(Console.ReadLine(), out age);
        double.TryParse(Console.ReadLine(), out height);

        Console.WriteLine("Name: {0}", name);
        Console.WriteLine("Age: {0}", age);
        Console.WriteLine("Height: {0}", height);
        Console.ReadKey();
    }
}
ใน ตัวอย่าง เรามีตัวแปร 3 ตัวและได้รับค่าให้กับมันโดยการเรียกใช้ฟังก์ชัน ReadLine เนื่องจากฟังก์ชันนั้น return ค่าเป็น string สำหรับตัวเลขนั้นเราจำเป็นต้องใช้ฟังก์ชัน TryParse เพื่อแปลงไปเป็นประเภทข้อมูลที่ต้องการ เช่น int.TryParse() จะแปลงข้อมูลไปเป็น integer
James
25
7.1
Name: James
Age: 25
Height: 7.1
และนี่เป็นตัวอย่างทั้งการรับค่าและแสดงผลออกทางหน้าจอ
ในบทนี้ คุณได้เรียนรู้ในการรับและการแสดงค่าในภาษา C# ในพื้นฐาน โดยการใช้ฟังก์ชันจากไลบรารี่มาตรฐาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Set MongoDB in the windows path environment

  Let’s set MongoDB in the windows environment in just a few steps. Step 1: First download a suitable MongoDB version according to your mach...